ข้อบัญญัติงบประมาณ
ระเบียบกฎหมายควรรู้

ฝ่ายสภาอบจ.ตรัง

ประกาศจัดซื้อจัดจ้างอบจ.ตรัง

สรุปประกาศจัดซื้อจัดจ้างฯ
ปี 2552
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฏาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม


E - mail นายก อบจ.ตรัง
kichleekpai@yahoo.com


ประวัติความเป็นมาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง::

   การจัดรูปองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปหนึ่งที่ใช้อยู่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข
และวิวัฒนาการมาตามลำดับ โดยจัดให้มีสภาจังหวัดขึ้นครั้งแรกใน ปี พ.ศ.2476 ตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
เทศบาลพ.ศ.2476  ฐานะของสภาจังหวัดขณะนั้นมีลักษณะเป็นองค์กรตัวแทนของประชาชนทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหารือ
แนะนำแก่คณะกรรมการจังหวัดยังมิได้มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากราชการบริหารส่วนภูมิภาคหรือเป็นหน่วย
การปกครองท้องถิ่นตามกฎหมาย

             ต่อมาในปี พ.ศ.2481ได้มีการตราพระราชบัญญัติสภาจังหวัดพ.ศ.2481ขึ้นโดยมีความประสงค์ที่จะแยก
กฎหมายที่เกี่ยวกับ       สภาจังหวัดไว้โดยเฉพาะสำหรับสาระสำคัญของพระราชบัญญัติสภาจังหวัดนั้นยังมิได้มีการ
เปลี่ยนแปลงฐานะและบทบาทของสภาจังหวัดไปจากเดิมกล่าวคือสภาจังหวัดยังคงทำหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาของ
คณะกรรมการจังหวัดเท่านั้นจนกระทั่งได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2495
ซึ่งกำหนดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบบริหารราชการในส่วน จังหวัดของกระทรวงทบวงกรมต่างๆโดยตรงแทนคณะกรรมการจังหวัดเดิมโดยผลแห่งพระราชบัญญัติฯนี้ทำให้ สภาจังหวัดมีฐานะเป็นสภาที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เนื่องจาก บทบาท และการดำเนินงานของสภาจังหวัด
ในฐานะที่ปรึกษา ซึ่งคอยให้คำแนะนำและควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของจังหวัด ไม่สู้จะได้ผลสมความมุ่งหมายเท่าใด
นัก จึงทำให้เกิดแนวความคิดที่จะปรับปรุงบทบาทของสภาจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ประชาชนได้เข้ามา
มีส่วน ในการปกครองตนเองยิ่งขึ้น พ.ศ.2498 อันมีผลให้เกิด “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” ขึ้น ตามกฎหมาย มีฐานะ
เป็นนิติบุคคลแยกจากจังหวัด ในฐานะที่เป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค ต่อมาประกาศคณะปฏิบัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่
29 กันยายน 2515 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ได้กำหนดให้องค์การบริหารส่วน
จังหวัด มีฐานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปหนึ่งเมื่อสภาจังหวัด แปรสภาพมาเป็นสภาการปกครอง
ท้องถิ่นจึงมีบทบาทและอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจอำนาจหน้าที่และบทบาท ของสภาจังหวัดจากอดีตถึงปัจจุบันจึงขอแบ่งระยะวิวัฒนาการของสภาจังหวัดออกเป็น 2 ระยะ คือ

1.) ในอดีต (พ.ศ.2476 – 2498)
             นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2476ที่ได้มีการจัดตั้งสภาจังหวัดขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบ เทศบาล พ.ศ.2476
ซึ่งนับเป็นจุดกำเนิดและรากฐานของพัฒนาการที่ทำให้เกิดมีหน่วยการปกครอง ท้องถิ่นในรูปขององค์การบริหารส่วน
จังหวัดขึ้น จนถึงปี พ.ศ.2498 นั้นอาจกล่าวโดยสรุปถึงฐานะอำนาจหน้าที่บทบาทของสภาจังหวัดได้ว่ามีลักษณะดังนี้.-

            ฐานะสภาจังหวัดในขณะนั้นก็ยังมิได้มีฐานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นและเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจาก
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ตามกฎหมายเป็นเพียงองค์การตัวแทนประชาชน รูปแบบหนึ่งที่ทำหน้าที่ ให้คำปรึกษาแนะนำ
แก่จังหวัด ซึ่งพระราชบัญญัติบริหารราชการแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2476 กำหนดให้จังหวัดเป็นหน่วยราชการ
บริหารส่วนภูมิภาค อำนาจการบริหารงานในจังหวัดอยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการ
จังหวัดเป็นประธานสภาจังหวัดจึงมีบทบาทเป็นเพียงที่ปรึกษาเกี่ยวกับกิจการของจังหวัดแก่คณะกรรมการจังหวัดและ คณะกรรมการจังหวัดไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามเสมอไปจนกระทั่งในปีพ.ศ.2495ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการแผ่นดินกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบการ
บริหารราชการในส่วนจังหวัด สภาจังหวัดจึงเปลี่ยนบทบาทจากสภาที่ปรึกษาของกรรมการจังหวัดมาเป็น สภาที่ปรึกษา
ของผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับอำนาจหน้าที่ของสภาจังหวัดพระราชบัญญัติสภาจังหวัดพ.ศ.2481มาตรา25ได้ กำหนดให้สภาจังหวัดมีหน้าที่ดังต่อไปนี้.-
        1. ตรวจและรายงานเรื่องงบประมาณที่ทางจังหวัดตั้งขึ้นและสอบสวนการคลังทางจังหวัดตามระเบียบซึ่งจะได้
มีกฎกระทรวงกำหนดไว้
        2. แบ่งสรรเงินทุนอุดหนุนของรัฐบาลระหว่างบรรดาเทศบาลในจังหวัด
        3. เสนอข้อแนะนำและให้คำปรึกษาต่อคณะกรรมการจังหวัดในกิจการจังหวัด ดังต่อไปนี้.-
           ก. การรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
           ข. การประถมศึกษาและอาชีวศึกษา
           ค. การป้องกันโรค การบำบัดโรค การจัดตั้งและบำรุงสถานพยาบาล
           ง. การจัดให้มีและบำรุงทางบกทางน้ำ
           จ. การกสิกรรมและการขนส่ง
           ฉ. การเก็บภาษีอากรโดยตรง ซึ่งจะเป็นรายได้ส่วนจังหวัด
           ช. การเปลี่ยนแปลงเขตหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และเขตเทศบาล
        4. ให้คำปรึกษาในกิจการที่คณะกรรมการจังหวัดร้องขอ

2) ใน พ.ศ.2498
           การจัดตั้งและการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหาร
ราชการส่วนจังหวัด พ.ศ.2498 ซึ่งกำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล และประกาศของคณะ
ปฏิวัติฉบับที่ 218 ได้กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นหน่วย การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปหนึ่ง ดังนั้นองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดจึงเป็นหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและในพระราชบัญญัติฯดังกล่าว ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไว้ว่าองค์การฯ อาจดำเนินกิจการส่วนจังหวัดภายในเขตจังหวัด
นอกเขตเทศบาล และเขตสุขาภิบาลเช่น การรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน การศึกษา การทำนุ
บำรุงศาสนา และส่งเสริมวัฒนธรรม การสาธารณูปการ การป้องกันโรค การบำบัดโรค และ   การจัดตั้งและบำรุงสถาน
พยาบาลฯลฯเป็นต้นนอกจากนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดยังอาจทำกิจการซึ่งอยู่นอกเขตในเมื่อกิจการนั้นจำเป็นต้อง ทำและเป็นการเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมที่ดำเนินตาม   อำนาจหน้าที่อยู่ภายในเขตของตน โดยได้รับความยินยอมจากสภา
เทศบาล คณะกรรมการสุขาภิบาล สภาจังหวัด หรือสภาตำบลที่เกี่ยวข้องนั้น และได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทยแล้วด้วย

โครงสร้างการบริหารงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ
      - สภาจังหวัด ทำหน้าที่เสมือนฝ่ายนิติบัญญัติ
      - ฝ่ายบริหาร มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

 






ส่วนราชการ

บทความ
>> มัสยิด


  •  
     








     

     

     

     

     

























    Copyright 2005 by , Design by Trang Provincial Administration Organization
    Contact by webmaster :webmaster@trangpao.go.th or info@trangpao.go.th